http://www.goodpricesat.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

 หน้าแรก

 สั่งซื้อสินค้าGoodPrice

 สินค้า

 เวบบอร์ดดาวเทียม

 จานดาวเทียมราคาขายส่ง

 ติดต่อเรา

สถิติ

เปิดเว็บ12/07/2009
อัพเดท19/10/2017
ผู้เข้าชม1,226,079
เปิดเพจ1,556,545

สินค้าใหม่ ขายดี !

สินค้าโปรโมชั่นประจำเดือน

อุปกรณ์ทีวีดาวเทียม ราคาถูก ระบายสต็อค !

จานดาวเทียม ราคาขายส่ง

ราคาขายส่งอุปกรณ์จานดาวเทียม

เครื่องใช้ไฟฟ้า ราคาขายส่ง

ทีวีดิจิตอล DVB-T2

สินค้า ไทยแซท จานดาวเทียม,รีซีพเวอร์,จานพกพา35ซม.

งานระบบทีวีโรงแรม10,14,16,32ช่อง

เปิดโผรถขายดีปีฉลู...วีออส-ซีวิค-วีโก้ -เบนซ์โดนใจมหาชน

สินค้าราคาถูก ราคาดีๆ เสื้อ,หนังสือดาวเทียม

บทความเจาะลึกจานดาวเทียม

คุณสมบัติกล่อง PSI รุ่น S-X

คุณสมบัติ กล่อง PSI True TV

ปรากฏการณ์ SUN Outage 19 กันยายน - 7 ตุลาคม 55

คุณสมบัติกล่องคนดี จากลีโอเทค ดูช่อง ทรู 8 ช่อง

เทคโลยี่เคเบิ้ลโมเดม Hybrid Fiber Coax HFC

เทคโลยี่เคเบิ้ลโมเดม Hybrid Fiber Coax HFC

กล่อง 1SKY เยอะดี น่าดู จากแกรมมี่

กล่อง 1SKY เยอะดี น่าดู จากแกรมมี่

เจาะลึก LNBF ตอนที่ 2

เจาะลึกเครื่องรับดาวเทียม ตอน หลักการทำงานของเครื่องรับดาวเทียม

เจาะลึก LNBF

เจาะลึก LNBF ตอนที่ 3

เจาะลึก เครื่องรับสัญญาณดาวเทียม

"แกรมมี่" ผนึก5พันธมิตรจานดาวเทียม บริการจัดเรียงช่องฟรีค่าใช้จ่าย

ฟันธงกลยุทธ์“เรทติงบอกซ์”ทีวีดาวเทียม ชิงรายได้จานเหลือง-จานดำ-จานส้มเกิดยาก?

พีเอสไอเปิดตลาดจานเคยูแบนด์

เวบไซต์จานดาวเทียม น่าสนใจ

ปฎิทิน

« December 2017»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31      

นาฬิกา

Alternative content

เจาะลึก LNBF

เจาะลึก LNBF

         

เจาะลึก LNBF ตอนที่ 1

 

                สวัสดีครับ สำหรับในฉบับนี้ผู้เขียนขอนำทุกท่านเจาะลึกในเรื่องของ LNBF สำหรับ LNBF นี้เป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าอุปกรณ์ตัวอื่นๆ อีกทั้งยังเป็นอุปกรณ์ที่มีความหลากหลาย หากท่านเข้าใจหลักการทำงานอย่างลึกซึ้ง นองจากจะช่วยให้ท่านออกแบบระบบการรับสัญญาณในรูปแบบต่างๆ ได้เป็นอย่างดีแล้ว ยังมีส่วนช่วยให้ท่านแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุดในกรณีที่เกิดปัญหาอีกด้วย

 

พื้นฐานการทำงานของ LNBF

                ก่อนอื่นผู้เขียนขออธิบายพื้นฐานการทำงานของ LNBF เพื่อเป็นการทบทวนความจำ จากการรับสัญญาณโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม สัญญาณที่ส่งลงมาจากดาวเทียมจะตกลงมาที่จานรับสัญญาณ แล้วสะท้อนไปรวมกันที่จุดโฟกัส ณ จะโฟกัสที่มีอุปกรณ์ที่เรียกว่า LNBF ภายใน LNBF ทำหน้าที่ขยายสัญญาณให้แรงขึ้น และแปลงสัญญาณที่ได้ให้มีความถี่ต่ำลง ทั้งนี้เนื่องจากความถี่ที่ส่งลงมาจากดาวเทียมนั้น มีความถี่สูงมากโดยย่าน C-Band มีความถี่อยู่ในช่าง 3.4 GHz. – 4.2 GHz. ส่วนย่าน KU-Band มีความถี่อยู่ในช่วง 10.7 GHz. – 12.75 GHz. ซึ่งความถี่ที่สูงขนาดนี้ไม่สามารถส่งผ่านสายนำสัญญาณได้เพียงแค่ระยะทางไม่กี่เซนติเมตร สัญญาณก็จะสูญเสียหรือ Loss ไปในสายจนหมด

                ด้วยเหตุนี้จึงต้องมีการแปลงความถี่ให้ต่ำลง เพียงพอที่จะส่งลงมาตามสายนำสัญญาณ โดยไม่เกิดการ Loss มากนัก ความถี่ที่ถูกแปลงให้ต่ำลงนี้ เราเรียกว่าความถี่ IF ( Intermediate Frequency ) ซึ่งอยู่ในช่วง 950MHz – 2050MHz ความถี่ IF ที่ออกมาจาก LNBF จะถูกส่งผ่านสายเคเบิ้ลไปยังเครื่องรับสัญญาณดาวเทียม เพื่อแปลงสัญญาณที่รับได้นั้นให้เป็นภาพและเสียงต่อไป

                ดังนั้นโดยพื้นฐานแล้ว ภายใน LNBF จะต้องทำหน้าที่หลักๆ อยู่สองหน้าที่คือ ส่วนของการขยายสัญญาณ ซึ่งเรียกว่า LNA ( Low Noise Amplifier ) หน้าที่ของ LNA จะทำการขยายสัญญาณจากดาวเทียมให้มีความแรงมากขึ้นและในขณะเดียวกันก็จะทำหน้าที่ขจัดสัญญาณรบกวน
                หน้าที่ที่สอง คือจะต้องแปลงความถี่ที่ขยายจากLNA ให้มีความถี่ต่ำลง วงจรในส่วนนี้ถูกเรียกว่า Down Converter วงจรในส่วนของการแปลงความถี่ให้ต่ำลงนั้น จะใช้หลักการเช่นเดียวกับเครื่องรับวิทยุ คือจะมีวงจรกำเนิดความถี่ภายในหรือที่เรียกว่า Local Oscillator  ส่วนใหญ่มักเรียกย่อๆ ว่า LO ความถี่ที่ได้จาก LO จะถูกส่งไปยังวงจร Mixer เพื่อทำการผสมสัญญาณกับสัญญาณที่ถูกส่งมาจาก LNA

     

ภายในวงจร Mixer สัญญาณทั้งสองจะถูกผสมกันตามสมการทางคณิตศาสตร์ ซึ่งมีทั้งการเอามาบวก ลบ คูณ หารและอื่นๆ แต่เราจะกรองเอาเฉพาะความถี่ที่มีการลบกันหรือความถี่ผลต่างมาใช้งาน ซึ่งวงจรในส่วนนี้ถูกเรียกว่า IF Filter ภายใน IF Filter จะมีวงจร Driver หรือ IF Amplifier เพื่อทำให้สัญญาณมีความแรงพอที่จะส่งสัญญาณไปตามสายเคเบิล เพื่อส่งต่อไปยังเครื่องรับต่อไป

                จากรูปที่ 2 เชื่อว่าท่าคงจะเข้าใจได้ไม่ยาก ในอดีตเมื่อ 20 ปีก่อนนั้น ตัว LNBF จะไม่ได้รวมอยู่ในตัวเดียวกันดังเช่นทุกวันนี้ ซึ่งจะแยกเป็นอุปกรณ์ 3 ตัว ด้วยกัน คือ LNA Down Converter และ Feed Horn และยังต้องมีหม้อแปลงเพื่อเป็นแหล่งจ่ายไปให้อีกด้วย แต่ในปัจจุบันนี้อุปกรณ์ทั้ง 3 ตัว ถูกออกแบบให้เป็นอุปกรณ์ตัวเดียวกัน ซึ่งถูกเรียกว่า LNBF หรือ Low Noise Block ( Down  Converter ) with Feed Horn ตามที่ท่านเห็นกันในทุกวันนี้

               

การรับสัญญาณมีทั้งแนวนอนและแนวตั้ง                                 

                จากการใช้งานจริงโดยหลักๆ แล้ว LNBF ไม่ว่าจะเป็นระบบ C-Band หรือ KU-Band  จะต้องควบคุมให้เลือกรับสัญญาณได้ทั้งแนว Horizontal  หรือเรียกสั้นๆ ว่าแนว Hor  และแนว Vertical หรือที่เรียกว่าแนวVer และในดาวเทียมบางดวงแจจะมีการแพร่สัญญาณแบบ Circular  ในบางครั้งอาจจะถูกเรียกว่า  Helical ซึ่งเป็นการแพร่กระจายคลื่นแบบเป็นเกลียวหมุนวนซ้ายหรือวนขวา (การแพร่กระจายคลื่นแบบ Hor และVer จะเรียกโดยรวมว่าเป็นแบบแนวตรงหรือ Liner ) การที่สัญญาณจากดาวเทียมมีการแพร่กระจายคลื่นลงมาในแบบต่างๆ ตามรายละเอียดข้างต้นนั้นเราเรียกว่า Polarization  หรือการแพร่กระจายคลื่นไปในอากาศ วัตถุประสงค์ก็เพื่อเป็นการจัดสรรความถี่ให้ใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุด โดยมีการรบกวนกันน้อยที่สุด

   

อันที่จริงแล้วการสื่อสารบนพื้นโลกก็มีการจัดสรรความถี่มิให้รบกวนกันด้วยการใช้หลักการของ Polarization ด้วยเช่นกันโดยการแบ่ง Polarization ตามลักษณะการใช้งาน โดยวิทยุสื่อสารจะกำหนดให้ทำการแพร่กระจายคลื่นแบบ Vertical Polarization ส่วนวิทยุและโทรทัศน์จะทำการแพร่กระจายคลื่นแบบ Horizontal Polarization หากท่านเคยสังเกตดูจะเห็นแผงเสาอากาศ YAGI ที่ใช้ติดตั้งตามสถานีวิทยุสื่อสารนั้นจะติดตั้งแผงเสาอากาศในแนวตั้ง ส่วนที่ใช้รับรายการวิทยุ- โทรทัศน์ จะติดตั้งแผงเสาอากาศในแนวนอน ซึ่งการติดตั้งแผงเสาอากาศที่มีความแตกต่างกันเช่นนี้จะช่วยลดการรบกวนกันลงไปได้มากทีเดียว

                ส่วนเหตุผลที่กำหนดให้วิทยุสื่อสาร ทำการแพร่กระจายคลื่นแบบ Vertical หรือแนวตั้งนั้น ก็ยึดตามการใช้งานวิทยุสื่อสารทั่วไป เช่น Walki – Talki เวลาใช้งานเสาอากาศก็มักจะอยู่ในแนวตั้งเสมอ สำหรับบนดาวเทียมแล้วการจัดสรรความถี่ด้วยการจัด Polarization นอกจากจะช่วยให้การรบกวนลดลงแล้ว ยังช่วยทำให้ส่งช่องรายการได้เพิ่มขึ้นด้วย

                และเนื่องจากภายในตัว LNBF นั้นประกอบด้วยวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจำเป็นต้องมีแหล่งจ่ายไฟด้วย แต่เพื่อความสะดวกการติดตั้งแหล่งจ่ายไปของ LNBF จึงมาจาก Receiver หรือเครื่องรับดาวเทียมนั่นเอง โดยอาศัยสายนำสัญญาณเพียงเส้นเดียวทำหน้าที่นำสัญญาณและจ่ายไฟเลี้ยง LNBF ส่วนการเลือกรับสัญญาณที่มีการส่งมาในแนว Ver หรือ Hor  นั้น เครื่องรับสัญญาณดาวเทียมจะทำการควบคุมโดยการเปลี่ยนแรงดันไฟที่ส่งไปเลี้ยง LNBF โดยแรงดันไฟเลี้ยง 13 โวลต์ จะเป็นการควบคุม LNBF ให้รับสัญญาณในแนว Ver ส่วนแรงดันไฟเลี้ยง 18 โวลต์ จะเป็นการควบคุม LNBF ให้รับสัญญาณในแนว Hor

                LNBF ที่มีวงจรควบคุมการรับสัญญาณ Hor-Ver โดยใช้ระดับแรงดันไฟเลี้ยงเป็นตัวควบคุมนี้ เราเรียกว่า LNBF แบบ Voltage Switching 13/18 Volt LNBF แบบC-Band ซึ่งใช้กันในปัจจุบัน ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นแบบนี้

 

LNBF และ Dual

                แต่ในกรณีที่มีการพ่วงสัญญาณไปยังเครื่องรับมากกว่า 1 เครื่อง หากใช้ LNBF Voltage Switching 13/18 Volt จะไม่สามารถแยกดูอย่างอิสระได้ เนื่องจากการเลือกดูช่องรายการที่มี Polarize ต่างกันจะทำไม่ได้ เพราะหากมีเครื่องรับเครื่องใดเครื่องหนึ่งเปิดดูช่องรายการทางแนว Hor ( 18V. ) เครื่องรับเครื่องอื่นๆที่เปิดดูช่องรายการแนว Ver จะรับสัญญาณไม่ได้ ( เนื่องจากไฟเลี้ยง LNBF จะมีแรงดันเท่ากับ 18 Volt ตามเครื่องรับที่เปิดรับชมรายการที่อยู่ในแนว Hor. )

           ในกรณีที่ท่านต้องการให้แต่ละเครื่องรับแยกดูช่องรายการได้อิสระทั้งแนว Ver –Hor  ก็ทำได้โดยการเปลี่ยนไปใช้ LNBF แบบ Dual Output ท่านก็จะแยกดูรายการได้อิสระทั้งแนว Hor-Ver ได้ทุกเครื่อง

 

สำหรับการทำงานของ LNBF แบบ Dual Output นั้น วงจรภายในจะเปรียบเสมือนมี LNBF อยู่ 2 ตัว ตามรูปที่ 5   นอกจากนี้ยังมี LNBF แบบ One Cable Solution หรือ บางผู้ผลิตอาจเรียกว่า Single Cable Solution  ซึ่งมีคุณสมบัติ คือรับสัญญาณทั้งแนว Hor- Ver ได้พร้อมกัน และสัญญาณจากทั้งแนว Hor และ แนว Ver จะถูกส่งออกพร้อมๆกัน โดยมี Output เพียง Output เดียว ใช้สายเพียงเส้นเดียว

      

โดยหลักการทำงานเสมือนภายในมี LNBF อยู่ 2 ตัว โดยแต่ละตัวจะทำหน้าที่รับสัญญาณจากแนวเดียวเท่านั้นเช่น

         วงจร LNB ตัวที่ 1 ถูกตั้งให้รับสัญญาณจากแนว HOR    วงจร LNB ตัวที่ 2 จะถูกตั้งให้รับสัญญาณจากแนว Ver  โดยความถี่ LO ของ LNB ตัวที่ 2 จะถูกปรับความถี่ให้ต่ำลงจากค้ามาตรฐาน 550 MHz  หรือบางรุ่น อาจจะอยู่ที่ 600 MHz  (ขึ้นอยู่กับ สเปคของ LNBF ที่เลือกใช้ )  ส่วนการโปรแกรมที่เครื่องรับนั้น ช่องที่ต้องการรับสัญญาณแนว HOR ก็ตั้งความถี่ปกติ

  

ส่วนช่องที่ต้องการรับสัญญาณแนว Ver  ก็จะต้องตั้งความถี่บวกเพิ่มจากปกติไปอีก 500MHz หรือ 600MHz  ( ขึ้นอยู่กับสเปกของLNBF ที่เลือกใช้ ) ในอดีต LNBF แบบ One Cable  Solution จะเป็นที่นิยมมาก เนื่องจากแยกสัญญาณดูได้อิสระไม่จำกัดจำนวนเครื่องรับ โดยไม่ต้องมีอุปกรณ์ต่อเพิ่มเติมแต่มีข้อเสียคือมีราคาแพง แลละในระยะหลังโรงงานผู้ผลิตได้ผลิต LNBF แบบDual Output ออกมาในราคาที่ต่ำกว่า ความนิยมใน LNBF แบบ One Cable  Solutionจึงค่อยๆ ลดลงไป

                ส่วนLNBF KU – Band  ก็มีหลักการทำงานเช่นเดียวกันกับ C-Band แตกต่างกันที่ความถี่ที่ใช้งานจะมีความถี่สูงกว่าแต่เนื่องจากความถี่ในย่าน KU – Band  นั้นมีช่วงความถี่ที่ใช้งานถึงสองช่วง แบ่งเป็นLow – Band และ High Band ทั้งนี้เพื่อเป็นการจัดสรรความถี่ให้ส่งจำนวนช่องรายการได้มากที่สุดโดยความถี่ Low – Band อยู่ในช่วง 10.7GHz. – 11.7GHz ส่วน High Band อยู่ 11.7GHz. – 12.75GHz ดังนั้นการเลือกซื้อ LNBF KU – Band  จึงจำเป็นต้องรู้ด้วยว่า ย่านความถี่ที่ต้องการรับนั้นอยู่ในช่วงไหน

 

LNBF KU – Band  แบบ 2 ความถี่

   

แต่ทุกวันนี้โรงงานผู้ผลิต LNBF ได้ออกแบบ LNBF KU – Band   ที่รับได้ทั้งสองช่วงความถี่ ซึ่งเรียกว่า LNBF KU – Band  Universal โดยภายใน LNBF แบบ KU – Band  Universal นี้จะมีวงจร Local Oscillator อยู่สองชุดด้วยกัน เพื่อให้รับสัญญาณได้ทั้งสองช่วงความถี่ การควบคุมให้รับสัญญาณในแต่ละช่วงความถี่นั้น จะใช้โทรความถี่ 22KHz เป็นตัวควบคุม

                ซึ่งความถี่ 22KHz นี้จะส่งจากเครื่องรับสัญญาณดาวเทียม โดยผสมสัญญาณไปกับไฟเลี้ยง LNBF หากมีสัญญาณ 22KHz สวิตซ์ที่ควบคุมด้วยความถี่จะสั่งงานให้ Local Oscillator ในย่าน High Band ทำงาน แต่หากไม่มีสัญญาณ 22KHz ( ซึ่ง = 0KHz ) ส่งขึ้นไปที่ LNBF สวิตซ์ที่ควบคุมด้วยความถี่จะสั่งงานให้ Local Oscillator ในย่าน Low – Band  ทำงานแทน

     

ส่วนการเลือกรับสัญญาณในแนว Hor หรือ Ver จะใช้ระดับแรงดันไฟเลี้ยง 13V และ 18V เป็นตัวควบคุมเช่นเดียวกับ LNBF แบบ C – Band  การเลือกใช้ LNBF  แบบ LNBF แบบ KU – Band  Universal จึงมีความสะดวก และคุ้มค่ากว่าการเลือกซื้อ LNBF KU – Band  ที่รับได้เพียงย่านใดย่านหนึ่งเท่านั้น เพราะ KU – Band  Universal รับสัญญาณได้ทั้งสองย่านความถี่

                ส่วนวงจร Local Oscillator หรือ LO ใน LNBF นั้น เนื่องจากเป็นวงจรกำเนิดความถี่ที่มีความสูงมากๆ จึงไม่สามารถใช้ X-tal หรือแร่ควบคุมความถี่อย่างเช่นวิทยุสื่อสาร แต่จะใช้วงจร L--C Oscillator โดยมีตัว Resonance ที่เรียกว่า DRO นั้นเป็นฉนวนไฟฟ้าที่ทำจากสารที่มีส่วนประกอบของเซรามิก การปรับจูนความถี่จะใช้แรงบีบอัดแผ่นเซรามิก เพื่อให้โมเลกุลภายในเซรามิกมีการสั่นตอบสนองตรงกับความถี่ที่เราต้องการและจากสาเหตุนี้นี่เองที่ทำให้วงจร Oscillator ใน LNBF ค่อนข้างเปราะ จึงไม่ควรเปิดฝาออกมาและห้ามทำตกหรือกระแทก เพราะอาจจะทำให้ความถี่ของ LO เลื่อน ซึ่งส่งผลให้ความถี่ของช่องรายการเลื่อนตามไปด้วย

                การที่ความถี่ของ LO เลื่อน หากเลื่อนเพียงเล็กน้อยบวกหรือลบไม่เกิน 2MHz จะไม่ส่งผลต่อการรับชม ซึ่งการใช้งานจริงความร้อนจากสภาพการใช้งานจริง ก็มีผลทำให้ LO ผลิตความถี่ที่ผิดเพี้ยนไปได้บวกหรือลบ 1MHz – 2MHz อยู่แล้ว

                แต่หาก LO ผลิตความถี่ที่ผิดเพี้ยนไปถึงบวกหรือลบ 5MHz – 10MHz ความแรงของสัญญาณที่รับได้จากเครื่องรับสัญญาณดาวเทียมจะลดลงไป ส่วนช่องรายการที่สัญญาณไม่ค่อยแรงอาจจะเริ่มรับไม่ค่อยได้ วิธีตรวจเช็กอย่างง่ายคือลองสแกนความถี่ด้วย Blind Search หรือ Auto Scan แล้วเช็กดูความถี่ที่สแกนได้ว่าความถี่ผิดเพี้ยนไปหรือไม่ แต่หากสแกนใหม่แล้วยังคงเหมือนเดิม อาจจะเป็นไปได้ว่าหน้าจานมีการเคลื่อนไปจากตำแหน่งเดิมที่เคยติดตั้งไว้ หรือสายเคเบิลมีการ Loss เพิ่มขึ้น

                เจาะลึก LNBF ในตอนแรกคงต้องขอจบแต่เพียงเท่านี้ก่อนนะครับ สำหรับฉบับต่อไปเราจะยังคงเจาะลึกเรื่องราวของ LNBF ในส่วนของการต่อสัญญาณใช้งานในรูปแบบต่างๆ รวมถึงทำความเข้าใจเรื่องของ Noise Figure และการดัดแปลง LNBF KU – Band  ที่ไม่เคยเปิดเผยที่ใดมาก่อน

view

 หน้าแรก

 สินค้าโปรโมชั่น

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 ติดต่อเรา

view